ตุลาคม 21, 2020

Develop News

ข่าวต่างๆ ทั่งไทย ทั่งต่างประเทศ รวบรวมมาไว้ที่นี่

ชีวิตหลังคว่ำ ไทสัน VS บัสเตอร์ ดักลาส แชมป์โลกที่ถูกมองเป็นสามล้อถูกหวย

บัสเตอร์ ดักลาส โลกแห่งวงการมวยมีการพลิกล็อกมากมายหลายไฟต์ แต่ไฟต์ที่พลิกล็อกหักปากกาเซียนจนทำให้ “เซียนอยู่รู หมูอยู่ตึก” มากที่สุด คือการเสียแชมป์รุ่นเฮฟวี่เวตของ ไมค์ ไทสัน ที่พลาดท่าให้กับนักชกโนเนมอย่าง บัสเตอร์ ดักลาส ในปี 1990

ชีวิตของ ไทสัน เราต่างก็รู้ว่าหลังจากนั้นเขาต้องประสบพบเจออะไรบ้าง? แต่ ดักลาส ที่ถูกเปรียบเทียบกับสามล้อถูกหวย ที่ชนะไฟต์เดียวได้เข็มขัดแชมป์เฮฟวี่เวต 4 เส้นจนใส่ท่วมตัวล่ะ ต้องเจออะไรบ้างกับวันที่ชื่อเสียงถาโถมภายในชั่วข้ามคืน

บัสเตอร์ ดักลาส การคว่ำ ไทสัน ที่ไม่มีใครคาดคิด 

ไฟต์ประวัติศาสตร์วงการมวยโลกระหว่าง ไมค์ ไทสัน กับ บัสเตอร์ ดักลาส นั้นต้องย้อนกลับไปในปี 1990 ไฟต์ดังกล่าวเป็นไฟต์ป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวต 4 สถาบันของ “ไอออน ไมค์” ยอดฝีมืออันดับ 1 ที่ใครๆ ก็ไม่กล้าปฏิเสธเรื่องฝีไม้ลายมือและพลังหมัดในเวลานั้น 

1

อย่างไรก็ตาม ไทสัน เป็นพวกใช้ชีวิตสุดทุกทาง เขามีทัศนคติของแชมเปี้ยนก็จริง แต่มีเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น ในวันที่เขาได้เป็นแชมป์โลกกวาดเข็มขัดเส้นใหญ่ครบทุกเส้น เขาก็เกิดการผ่อนคันเร่งขึ้นมาเพราะไม่มีอะไรที่สามารถทำให้เขาตื่นเต้นได้อีก ซึ่งเพราะเหตุนี้เอง ไทสัน จึงเริ่มหาความสุขนอกสังเวียนด้วยการใช้เงินที่เขาหามาได้จากน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง ซึ่งส่วนใหญ่หมดไปกับของสิ้นเปลืองและ “ผู้หญิง”

จุดนี้เองที่ทำให้ก่อนจะเดินขึ้นสังเวียนชกที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ไทสัน และ ดักลาส คิดคนละแบบ คาดหวังกันคนละขั้ว ไทสัน มาที่นี่เพื่อชกให้ครบตามโปรแกรมที่โปรโมเตอร์อย่าง ดอน คิง กำหนดให้ ชกมวยรองบ่อนให้คว่ำ ป้องกันแชมป์ โกยเงิน และกลับไปเสวยสุขต่อ ส่วน ดักลาส นั้นมาด้วยความหวังที่สูงลิบเกินกว่าใครจะคาดคะเนได้ แม้จะเป็นมวยบันได แต่บันไดขั้นนี้สู้แค่ตายตั้งแต่รู้ว่าจะได้ขึ้นชกไฟต์สำคัญที่สุดในชีวิต 

และแรงจูงใจที่ส่งผลมากที่สุดคือการจากไปของ ลูล่า ดักลาส แม่ผู้เลี้ยงเขามาคนเดียวและปลูกฝังให้เขารู้จักสู้คนและเอาชีวิตรอดในสังคม ที่เกิดขึ้นก่อนไฟต์นี้เพียง 3 สัปดาห์ 

2

“แม่อายุ 46 ผมอายุ 29 มันยากนะที่จะยอมรับและหาทางไปต่อกับชีวิต แต่ในทางเดียวกันมันทำให้ผมกลายเป็นลูกผู้ชายที่แข็งแกร่งขึ้นหลายเท่าเหมือนกัน … เชื่อไหม ผมไม่เคยสงสัยในตัวเองเลยหลังจากนั้น ผมมั่นใจในทุกการฝึกซ้อม ผมนับวันรอที่จะได้ชกกับ ไมค์ ผมกลัวอย่างเดียวว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บจนไฟต์ต้องเลื่อนไป ผมกระสับกระส่ายเฝ้ารอให้ถึงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน” ดักลาส กล่าว 

เมื่อ ความประมาทถึงขีดสุด ปะทะ ความมุ่งมั่นถึงขีดสุด ต่อให้เป็นมวยที่ห่างชั้น สุดท้ายปาฎิหาริย์ก็เกิดขึ้นได้ ดักลาส สามารถเอาชนะไทสัน ด้วยการน็อคเอาต์ ในยกที่ 10 เขาส่ง “มฤตยูดำ” ลงไปนอนสิ้นสภาพ ตาลอย แขนขาง่อยเปลี้ย … นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่หลายคนคิดว่าจะได้เห็นในไฟต์นั้นเลยทีเดียว

รับมือกับชื่อเสียง  บัสเตอร์ ดักลาส

ไม่มีการเปิดเผยค่าตัวชัดเจนนัก แต่หลายสำนักยืนยันว่า ณ ศึกพลิกล็อกสุดขอบโลกนั้น บัสเตอร์ ดักลาส ที่เป็นผู้ชนะได้ค่าตัวน้อยกว่า ไทสัน ที่เป็นผู้แพ้ถึง 5 เท่า … นั่นแสดงถึงความเป็นที่นิยมของแฟนๆ ทั่วโลกเป็นอย่างดี แม้ ดักลาส จะเอาชนะได้ แต่การจะเป็นไอค่อนได้ แค่ชนะไฟต์เดียวนั้นไม่มีทางพอ เขาต้องโหดต่อเนื่อง และมีสไตล์ที่ใครเห็นก็จำได้ ยกตัวอย่างให้ง่ายที่สุดก็อย่าง ไทสัน ที่ทั้งเร็วทั้งหนัก ใช้เวลาไม่กี่ยกก็ปิดเกมได้ง่ายๆเสมอๆ นั่นเอง 

3

หลังจากจบไฟต์นั้น ดักลาส ถือว่าดังเป็นพลุแตก การนั่งเครื่องบินกลับจาก โตเกียว มุ่งหน้าสู่ โคลัมบัส รัฐโอไฮโอ บ้านเกิดของเขาที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ครั้งนี้แตกต่างจากที่เคย ชาวเมืองต่างแห่มารับ ดักลาส ในฐานะฮีโร่ ชนิดที่ว่าเขาเองก็ยังคิดไม่ถึงว่าตนเองจะได้รับการต้อนรับของคนเป็นร้อยเป็นพันขนาดนี้ และนั่นคือจุดแรกที่ทำให้เขาเข้าใจ “ราคา” และ “ผลลัพธ์” ที่เอาชนะ ไทสัน ได้ มันไม่ใช่แค่เรื่องเงินเท่านั้น แต่จากนี้วิถีชีวิตของเขาจะเปลี่ยนไป ทั้งในฐานะนักชกแชมป์โลกหรือคนธรรมดาคนหนึ่ง

อย่างแรกเลย เขาต้องเข้าใจก่อนว่าไม่ใช่ทุกคนที่ยินดีกับชัยชนะของเขา โดยเฉพาะกลุ่มโปรโมเตอร์ที่มองว่าแชมป์ของ ไทสัน ไม่ควรตกไปอยู่ในมือของ ดักลาส ที่พวกเขาต่างฟันธงว่าชนะได้เพราะองค์ประกอบหลายอย่าง ไม่ใช่ฝีมืออย่างเดียว แต่ดวงก็ช่วยเขาเยอะอยู่ ณ เวลานั้นเกิดคำวิจารณ์มากมายว่า ดักลาส ไม่คู่ควร และไม่เก่งจริง ทั้งๆ ที่เขาเป็นคนแรกในโลกที่น็อค ไทสัน ได้ก็ตาม

“อ็อคตาวิโอ เมย์แรน (กรรมการ) ในวันนั้นทำผิดพลาดครั้งใหญ่ก่อนที่ ไทสัน จะโดนน็อค เขาสามารถทำ ดักลาส ร่วงกับพื้น (ในยก 8) และแน่นอนว่ามันกินระยะเวลาเกิน 10 วินาที แต่เขากลับนับแค่ 8 เท่านั้น” 

ดอน คิง กล่าวอ้าง 

aa

ณ เวลานั้นการถกเถียงเป็นไปอย่างเผ็ดร้อน ดอน คิง และ ไทสัน เชื่อว่าคณะกรรมการควรทบทวนการตัดสินใหม่และโมฆะไฟต์ดังกล่าวไป แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนอะไรไม่ได้ ดักลาส กลายเป็นสามล้อถูกหวยอย่างเป็นทางการ (ในมุมมองของ ดอน คิง และ ไทสัน) เข็มขัด 4 เส้นทั้งจาก WBA, WBC, IBF และ Lineal กลายเป็นของ ดักลาส อย่างเป็นทางการ

“ผมไม่อยากจะอ้างอะไรนะ ยินดีกับแชมป์ใหม่ด้วย แต่ถ้าให้ผมได้เจอเขาอีกครั้งล่ะก็ ผมจะดูแลเขาอย่างดีเลยจะบอกให้” ไทสัน ว่าเอาไว้กับ นิวยอร์ค ไทมส์ ขณะที่ ดักลาส ก็ยอมรับว่าเขาต้องออกสื่อกับประเด็นดังกล่าวมากขึ้นแบบที่ไม่เคยเจอ 

“ดอน คิง อาฆาตและพยาบาทผมอย่างหนัก ผมถูกรังควานและกล่าวถึงในแง่ลบในทุกที่ที่ผมไป มันทำให้ผมรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่และไม่ค่อยมีความสุขในช่วงเวลานั้น” ดักลาส กล่าวถึงการรับมือกับสื่อและผู้ยิ่งใหญ่ในวงการเป็นครั้งแรก 

5

ซึ่งแน่นอนว่าฝ่ายที่เสียแชมป์และทุกอย่างที่ทำมาตลอดหลายปีอย่าง ไทสัน พยายามทุกทางทั้งการใช้สื่อและแรงหนุนจากแฟนบอยของเขาช่วยผลักดัน เพื่อให้เขาได้กลับมาท้าชิงแชมป์ และชกกับ ดักลาส ในแบบรีแมตช์ให้เร็วที่สุดเพื่อกลับมาครองเข็มขัดสี่เส้นที่เจ้าตัวเชื่อว่าคู่ควร  

ไทสัน ก็เดินเกมแบบคนใจร้อนตามสไตล์ แต่ ดอน คิง นี่สิ เล่ห์เหลี่ยมของโปรโมเตอร์หัวฟูนั้นเหนือชั้นอย่างที่ใครคาดไม่ถึง อย่างที่กล่าวไปข้างต้น กว่า ดักลาส จะถูกเรียกว่าแชมป์โลก 4 สถาบันอย่างเป็นทางการ เขาต้องสู้คดีและขึ้นศาลจากการกล่าวอ้างของ ดอน คิง อยู่หลายเดือน และนั่นทำให้ ดักลาส เหมือนกับเจอทุกขลาภ มีแชมป์ แต่ชีวิตกลับวุ่นวายมากขึ้น

เรื่องนี้ ดอน คิง แสบสุดๆ เพราะนอกจากจะเล่นงาน ดักลาส ด้วยการขึ้นโรงขึ้นศาลซึ่งเขาเป็นฝ่ายเชี่ยวชาญกว่ามากแล้ว เขายังวางแผนไม่ให้ ไทสัน รีแมตช์กับ ดักลาส ทันที เพราะเขามองไปไกลกว่านั้น 

6

ณ เวลานั้น ไทสัน ก็เหลวแหลกกับชีวิตนอกสนามพอสมควร และมี อีแวนเดอร์ โฮลีฟิลด์ ขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ของรุ่นแทน ดังนั้นการจะให้ ไทสัน มาปราบ ดักลาส ที่ยังไงก็ง่ายดายปานขนมกรุบนั้น ดอน คิง เชื่อว่ามันยังไม่อิมแพ็คต์พอ เขาเลือกที่จะให้ ไทสัน ต่อยเรียกกระแสไปพลางๆ กับมวยบันไดอย่าง เฮนรี่ ทิลแมน, โดโนแวน รัดด็อก และ อเล็กซ์ สจ๊วร์ต  

ส่วน ดักลาส นั้น ดอน คิง สนับสนุนและวางตัว อีแวนเดอร์ โฮลีฟิลด์ ให้เป็นคนมาเก็บงานและเอาเข็มขัดแชมป์กลับมา เพราะเดิมทีไฟต์ระหว่าง ไทสัน กับ ดักลาส นั้นถูกวางเอาไว้ให้ ไทสัน ชนะเพื่อไปป้องกันแชมป์โลกกับ โฮลีฟิลด์ ในไฟต์ต่อไป แต่ ดักลาส ดันมาทำแผนพังเสียก่อน 

ดังนั้นสิ่งที่ ดอน คิง อ่านไว้ คือยังไง โฮลีฟิลด์ ก็ต้องชนะ ดักลาส อยู่แล้ว … ดังนั้นหาก โฮลีฟิลด์ ชกกับ ไทสัน โดยมีเข็มขัดแชมป์เฮฟวี่เวตเป็นเดิมพัน อย่างไรเสียรายได้ทั้งค่าตัว ทั้งการขายลิขสิทธิ์, โฆษณา และทุกๆ ด้าน ก็จะมากกว่าการที่ ไทสัน ต่อยกับมวยเบอร์รองอย่าง ดักลาส อยู่แล้ว 

7

นอกจากนี้การจะให้ ไทสัน ขึ้นชกรีแมตช์กับ ดักลาส นั้น เชื่อว่าฝั่ง ไทสัน จะต้องจ่ายเงินค่าตัวอะไรต่อมิอะไรเพิ่มขึ้นอีกมากมาย เพราะถือว่าเป็นการตัดหน้า โฮลีฟิลด์ ที่รอจะเจอกับ ดักลาส ตามที่วางไว้ตั้งแต่แรก ดังนั้นปล่อยให้เป็นไปตามเงื่อนไขเดิมและทำเงินเพิ่มขึ้นในการเจอกันครั้งใหม่ดีกว่า รออีกหน่อยแต่ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มและได้ค่าตัวเพิ่มอีกเยอะ นั่นคือสิ่งที่ผ่านการวางแผนและคิดแบบโปรโมเตอร์อย่าง ดอน คิง ที่ต้องยอมรับว่า “ร้ายจริงๆ” (อย่างไรก็ตาม กว่าที่ ไทสัน และ โฮลีฟิลด์ จะได้เจอกันจริงๆ ก็ต้องรอไปถึง 6 ปี จนได้ฟากปากกันครั้งแรกในปี 1996 เลยทีเดียว)

มองจากมุมนี้ดูเหมือนว่าทุกคนจะมองข้ามหัว ดักลาส ไปกันหมด นั่นคือความเจ็บปวดของแชมป์โลก 4 สถาบัน จริงอยู่ที่เขาควรจะภูมิใจจากชัยชนะนั้น ทว่าแท้ที่จริงแล้วแชมป์ดังกล่าวกลายเป็นเหมือนการฝากเลี้ยงไว้กับเขาก่อน เพราะมีการวางตัวแชมป์ที่คู่ควรไว้แล้ว … นั่นคือสิ่งที่ตัวของ ดักลาส รู้สึกว่ายากจะรับได้

“การชนะ ไทสัน คือความฝันสูงสุดของชีวิต ผมกลายเป็นแชมป์เมื่อมีคนประกาศชื่อผมในฐานะผู้ชนะ แต่สำหรับ ไทสัน แล้ว ผมเป็นแค่ทางผ่านเพื่อให้เขาได้ชกกับชิงแชมป์โลกกับ โฮลีฟิลด์ เท่านั้นแหละ” ดักลาส ยอมรับโดยดี

คืนเขาไป..

หลังจากคว่ำ ไมค์ ไทสัน ที่ โตเกียว มีการประกาศว่า ดักลาส จะได้ชกป้องกันแชมป์โลกเป็นครั้งแรกในอีก 6 เดือนให้หลัง ซึ่งมันก็เหมือนกับหวยล็อก ผู้ท้าชิงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก อีแวนเดอร์ โฮลีฟิลด์ … 1 ในนักชกที่ถูกวางตัวให้เป็นแชมป์ที่แท้จริงในสายตาของกลุ่มคนวงใน 

8 บัสเตอร์ ดักลาส

ปกติแล้ว นักชกแชมป์โลกจะได้ชกป้องกันแชมป์กับมวยบันไดก่อนสัก 2-3 ไฟต์ แต่สำหรับ ดักลาส ไม่ใช่แบบนั้น เขาอิ่มเอมกับชัยชนะเหนือ ไทสัน ได้ไม่ทันไร เขาก็ต้องเจอกับนักมวยอย่าง โฮลีฟิลด์ ทันที แน่นอนว่าโอกาสเกิดปาฏิหาริย์เหมือนไฟต์กับไทสันนั้นพอมี แต่คุณก็รู้ว่าถ้ามันเกิดขึ้นบ่อยๆ มันก็คงไม่ถูกเรียกว่าปาฏิหาริย์หรอก

ในไฟต์นั้น สตีฟ วายน์ เจ้าของโรงแรม มิราจ โฮเต็ล แอนด์ คาสิโน ที่ ลาส เวกัส รับหน้าเสื่อเป็นผู้จัดงาน ซึ่งไฟต์นี้นี่เองที่กลายเป็นประวัติศาสตร์การขายลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดครั้งใหญ่ของวงการมวยโลก วายน์ ใช้คอนเน็คชั่นทั้งหมดที่มีทั้งผ่านสถานีโทรทัศน์ Showtime และ HBO รวมถึงการวางโปรดักชั่นถ่ายทอดสดใหญ่โต แม้ไม่มีตัวเลขเปิดเผยการขายลิขสิทธิ์ Pay Per View ว่าได้เงินเท่าไหร่ แต่ที่แน่ๆ มันก็ต้องมากกว่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แน่นอน 

ไฟต์ดังกล่าวเงินค่าตัวถูกวางกองไว้ในทีแรกที่ 32.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า โฮลีฟิลด์ ที่เป็นมวยขายได้ค่าตัวแค่ 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เท่านั้น ส่วนอีก 24 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ถูกมอบให้กับ ดักลาส … ไม่ต้องบอกก็รู้ นี่คือเงินที่เยอะที่สุดในชีวิตที่ ดักลาส เคยทำได้ และจากตัวเลขนี้หากเราเอามาวิเคราะห์ดูก็จะรู้ได้ว่า ทำไมเขาจึงไม่ป้องกันแชมป์กับมวยบันได หรือมวยรองบ่อนให้เสียเวลา? 

9 บัสเตอร์ ดักลาส

ในเมื่อมีเงิน 24 ล้านอยู่ตรงหน้า การคว้าเอาไว้ก่อนจึงเป็นเรื่องที่สมควรทำ แม้จะต้องเสียแชมป์ทันทีแต่จะถามว่าคุ้มหรือไม่? แน่นอนที่สุดเลยว่ามันคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม

การชกเป็นไปตามที่ใครคาดไว้ หนนี้ไม่มีพลิกล็อกซ้ำสอง คาสิโน ที่เวกัส กวาดกำไรอื้อซ่าเพราะมีหลายคนแทงราคาฝั่ง ดักลาส ที่เคยพลิกนรกในไฟต์กับไทสันมาแล้ว ซึ่งนั่นทำให้เป็นเหมือนกันล่อแมงเม่าให้บินเข้ากองไฟตามแทง ดักลาส ซ้ำสองนั่นเอง  

โฮลีฟิลด์ ใช้ระยะเวลาไม่กี่อึดใจ เพียง 3 ยกเท่านั้น เขาน็อค ดักลาส … แม้ โฮลีฟิลด์ จะคว้าแชมป์ได้ตามคาด แต่ก็ต้องยอมรับว่าศึกนี้ง่ายเกินคาด เพราะ ดักลาส ไม่ได้อยู่ในฟอร์มเหมือนกับตอนที่ชกกับ ไทสัน เมื่อ 8 เดือนก่อนเลย

ทำใจยอมรับมัน 

คนเสียแชมป์โลกที่เป็นเหมือนฝันสูงสุดของชีวิตตนเองนั้นจะต้องรู้สึกอย่างไร? ผิดหวัง เศร้าโศก เสียใจ นั่นคือสิ่งที่ใครหลายคนคิด แต่สำหรับ ดักลาส เขากลับรู้สึกไปอีกอย่างแบบที่ไม่น่ามีใครนึกถึง

บัสเตอร์ ดักลาส

“จะเรียกว่าความรู้สึกแบบไหนดีล่ะ? ผมบอกว่ามันเป็นความโล่งใจก็แล้วกัน ที่สุดผมได้รู้เสียทีว่า เรื่องวุ่นๆ ที่เกิดขึ้นกับผมมันจะจบลงอย่างไร” ไม่เสียใจแต่กลับสบายใจ นั่นคือสิ่งที่ ดักลาส เป็น

มีหลายคนคิดว่าไฟต์ระหว่าง ดักลาส กับ โฮลีฟิลด์ ถูกจัดขึ้นเร็วเกินไป ยิ่งช่วงเวลานั้น ดักลาส ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลกับ ดอน คิง ไหนจะต้องรับมือกับสื่อ ซึ่งสุดท้ายแล้ว เขารับมือไม่ไหว และมันทำให้เขาเชื่อว่านี่คือสาเหตุที่ทำให้ โฮลีฟิลด์ เอาชนะเขาแบบง่ายดายเพียงเวลาแค่ไม่ถึง 3 ยก …

“คุณรู้ไหม ผมสามารถทำอะไรๆ ให้มันแตกต่างไปจากนี้ได้ (ได้ผลการแข่งขันที่ดีขึ้น) แต่จะทำอย่างนั้นได้ ผมต้องเตรียมตัวให้ดี มีเวลาให้มากๆ ซึ่งความเป็นจริงคือผมไม่เหลือเวลาอะไรเลย การสู้คดีในศาลเป็นอะไรที่วุ่นวายมาก ผมต้องเดินทางไปขึ้นศาลที่โน่นทีที่นี่ที ผมยอมรับว่าผมขี้เกียจและเบื่อสุดๆ ซึ่งสุดท้ายแล้ว ผมรู้สึกว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของการวางหมากที่ทำให้ผมไม่มีเวลาได้เตรียมตัวก่อนขึ้นชก” นั่นคือสิ่งที่ ดักลาส คิด

สิ่งที่ต้องคิดคำนึงสำหรับ ดักลาส หลังจากไฟต์กับ โฮลีฟิลด์ คือเขาอายุ 30 ปีแล้ว มีเวลาอีกไม่มากนักในเวทีระดับสูง การที่เขาได้ค่าตัวระดับ 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จัดว่าเป็นไฟต์ที่เจ็บแต่จบขนาดแท้ เพราะหลังจากแพ้ โฮลีฟิลด์ เขาก็ชกมวยไปอีก 4 ปี แต่ไม่มีไฮไลต์อะไรให้น่าจดจำ ไม่ได้ต่อยกับมวยแม่เหล็กเหมือนที่เคย ที่สำคัญคือเขาต้องเลิกชกไปเพราะถูกตรวจพบว่าเป็นโรคเบาหวาน สาเหตุก็เพราะว่าเขาเริ่มไม่ดูแลร่างกาย และปล่อยให้มีน้ำหนักตัวมากถึง 400 ปอนด์ หรือเกือบๆ 180 กิโลกรัมเลยทีเดียว

บัสเตอร์ ดักลาส

หากมองโลกให้โหดร้ายหน่อย เราอาจจะพอมองได้ว่า ดักลาส ไร้แต้มต่อจนไม่ต้องกลายเป็นเบี้ยให้กับเหล่านักมวยแม่เหล็ก ทั้งที่ความจริงเขาควรมีสิทธิ์เลือกชกเลือกป้องกันแชมป์ให้ได้นานกว่าและสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองมากกว่านี้ หรือจะสรุปให้พอเข้าใจคือ เขาไม่ได้ในสิ่งที่เขาควรจะได้ เพียงเพราะเขาไม่ใช่นักมวยชื่อดัง 

แต่หากจะมองโลกในแง่ดี เราเองก็จะพบว่าสิ่งที่ ดักลาส ได้ทำนั้นดีที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ ณ เวลานั้นแล้ว … เกือบๆ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากการชกแค่ 2 ไฟต์ และการกลายเป็นประวัติศาสตร์ไฟต์พลิกล็อกระดับโลกก็ถือว่าไม่เลวนัก อย่างน้อยๆ เงินก้อนใหญ่ก้อนนั้นก็ทำให้เขาใช้รักษาตัวจากโรคเบาหวานจนหายขาด กลับมาสร้างโรงยิมเพื่อถ่ายทอดวิชาให้กับคนอื่นๆ ซึ่งเป็นอาชีพที่เขากำลังมีความสุขในเวลานี้

บัสเตอร์ ดักลาส

“สิ่งสำคัญที่แท้จริงของชีวิต คือการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงทั้งของตัวเองและคนในครอบครัว ในตอนเลิกชกมวยใหม่ๆ ผมปล่อยให้ตัวเองซึมเศร้าและหดหู่ จนกระทั่งชีวิตจริงมาเคาะประตูบ้านนั่นแหละ ผมจึงได้เดินกลับมาสู้กับเกมชีวิตอีกครั้ง” บัสเตอร์ ดักลาส กล่าว 

ใครจะมองว่าเขาเป็นสามล้อถูกหวย แต่สุดท้ายสามล้อคนนี้ก็ถูกหวยเบอร์ใหญ่มากพอ และมีสติมากพอที่จะใช้รางวัลที่ได้รับมาอย่างคุ้มค่า และอย่างน้อยก็มีความสุขกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อมองย้อนกลับไปในอดีต และชีวิตในปัจจุบัน 

Cr. PG SLOT , ข่าวกีฬา