สิงหาคม 15, 2020

Develop News

ข่าวต่างๆ ทั่งไทย ทั่งต่างประเทศ รวบรวมมาไว้ที่นี่

ข่าว

ข่าว ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน 2542 ให้ความหมายว่า คำบอกเล่าเรื่องราวซึ่งโดยปรกติมักเป็นเรื่องเกิดใหม่หรือเป็นที่สนใจ, คำบอกกล่าว, คำเล่าลือ คำว่า ข่าว ถ้ามองในแง่ของการสื่อสารข้อมูล ก็จัดว่าเป็นข้อมูลชนิดหนึ่งที่จะต้องมี ผู้ที่ทำให้เกิดข่าว ผู้ส่งข่าว สื่อกลางที่ใช้ในการส่งข่าว และผู้รับข่าว ในระหว่างสงครามข่าวส่วนใหญ่จะเป็นข้อมูลของฝ่ายตนเอง และฝ่ายตรงข้าม

ในปัจจุบันเรามีข่าวสารหลากหลายประเภทมากมาย ตามแต่ที่ผู้คนจะต้องการรู้ เช่น

  • ข่าวการเมือง จะเป็นการเคลื่อนไหวของพรรคการเมือง นักการเมือง กระบวนการต่างๆทางการเมือง
  • ข่าวสังคม จะเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่เป็นที่จับตามองของสังคม เช่น กลุ่มไฮโซ นักธุรกิจ
  • ข่าวเศรษฐกิจ จะเป็นข่าวความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจ การเงิน ราคาสินค้า ดัชนีที่ใช้วัดค่าทางเศรษฐกิจต่างๆ
  • ข่าวอาชญากรรม เป็นข่าวอีกประเภทหนึ่งที่มีคนนิยมอ่าน จะเกี่ยวข้องกับ คดีอาชญากรรมต่างๆ การเข้าจับกุมคนร้าย
  • ข่าวบันเทิง เป็นข่าวยอดนิยมของคนไทย เนื่องจากจะเป็นเรื่องราวในวงการบันเทิงของดารา นักร้อง ศิลปิน ผู้ที่เป็นที่ชื่นชอบ รวมถึง เรื่องคาวๆของวงการด้วย
  • ข่าวกีฬา เป็นข่าวที่รายงานเกี่ยวกับเรื่องกีฬาต่างๆ ยิ่งถ้ามีการแข่งขันกีฬาใหญ่ๆ เช่น โอลิมปิก หรือ ฟุตบอลโลก ข่าวเหล่านี้จะเป็นที่ต้องการอย่างมาก
  • ข่าวไอที เป็นข่าวที่รวบรวมรูปแบบทั้งหมดของเทคโนโลยี เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

นอกจากนี้ก็ยังมีข่าวบางประเภทที่มีอยู่ในสังคม เช่น ข่าวลือ ซึ่งมักเกิดกรณีที่มีเรื่องที่คลุมเครือ หรือมีเหตุระหองระแหง ต่างๆ

ความหมายของข่าว (Definition of news)

ข่าวมีความหมายที่แตกต่างกันไปตามทรรศนะและความเข้าใจของแต่ละบุคคลและแต่ละสังคม เพราะเหตุการณ์ที่ควรจะเป็นข่าวในสังคมหนึ่ง อาจจะไม่เป็นข่าวในอีกสังคมหนึ่งก็ได้ ทั้งนี้ได้มีผู้ให้ทรรศนะเกี่ยวกับความหมายของคำว่าข่าวไว้ดังนี้
บรูซ ดี ไอทิวส์ และดักลาส เอ แอนเดอร์สัน กล่าวว่า ข่าว คือ เรื่องคนกัดหมา ข่าว คือ สิ่งที่ผู้อ่านไม่เคยรู้มาก่อน
โจเซฟ พูลิซเซอร์ (บิดาแห่งวงการหนังสือพิมพ์) ข่าว เป็นเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ๆ เป็นเรื่องที่แตกต่างจากเรื่องอื่นๆ เรื่องเร้าอารมณ์ เรื่องรกๆใคร่ๆ เรื่องน่าตื่นเต้น เรื่องประหลาด และเรื่องทีมักเป็นที่โจษจันถึง
สุภา ศิริมานนท์ได้อธิบายว่า ข่าว คือ
1. เรื่องราวอะไรอย่างหนึ่งที่ประชาชนพูดถึงถ้าเป็นเรื่องที่ชวนให้ผู้คนอยากแสดงความเห็นมากเท่าไหร่ยิ่งมีคุณค่า
2. เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นสดๆใหม่ๆถูกถ้วน และใช้ภูมิปัญญา เช่น การค้นพบสิ่งต่างๆเรืองราวที่กระทบถึงผู้อ่าน
3. ข้อเท็จจริง สาระสำคัญเกี่ยวกับการเกิดข้นของเหตุการณ์บางอย่างหรือของสิงใดสิ่งหนึ่งที่คนให้ความสนใจ เนื่องจากมีผลกระทบหรือมีอิทธิพลต่อผู้คน
นอกจากนี้ยังมีผู้ให้คำนิยามเพื่ออธิบายความหมายของข่าวอีกมากมาย อาทิ
ข่าว คือ เรื่องราวของเหตุการณ์ ข้อเท็จจริง หรือความคิดเห็นซึ่งเป็นที่สนใจของบุคคลทั่วไป
ข่าว คือ รายงานอันสุจริตและสมบูรณ์ของเหตุการณ์ที่เป็นผลประโยชน์และมีส่วนเกี่ยวข้องกับสาธารณชน
ข่าว คือ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสดๆใหม่ๆ
ข่าว คือ การแจ้งสิ่งที่เกิดขึ้นอันจะทำให้บุคคลได้รู้เกิดความตื่นเต้น

จากแนวคิดดังกล่าวพอสรุปได้ว่า ข่าว คือ รายงานข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น ตลอดจนความคิดเห็นจากบุคคลระดับต่างๆ ซึ่งมีความสำคัญ และเป็นที่น่าสนใจอันมีผลกระทบต่อคนหมู่มากในชุมชนหรือสังคม

คุณลักษณะของข่าว (Qualification of News)

การพิจารณาว่าเหตุการณ์ใดควรจะรายงานเป็นข่าวนั้นต้องคำนึงถึงคุณลักษณะของข่าวเป็นสำคัญ ซึ่งคุณลักษณะของข่าวมีองค์ประกอบดังนี้

ความน่าสนใจ ผู้อ่านหรือผู้รับข่าวสาร
Interest Reader of Receive

เหตุการณ์หรือข้อเท็จจริง
(Fact)

– ความน่าสนใจของข่าวยิ่งมีมากเท่าใด คุณค่าข่าวยิ่งมีสูงมากเท่านั้น
– ผู้อ่านหรือผู้รับข่าวสาร หมายความว่า ข่าวต้องเป็นที่น่าสนใจของประชาชนในวงกว้าง
– เหตุการณ์ หรือข้อเท็จจริง หมายความว่า ข่าวต้องมาจากเหตุการณ์ สถาณการณ์ที่เกิดขึ้นจริง แต่ไม่สามารถนำมาเสนอเป็นข่าวได้ทั้งหมด ต้องดูประเด็นที่น่าสนใจมานำเสนอเท่านั้น
ทั้งนี้ องค์ประกอบทั้ง 3ประการนี้จะต้องมีความสัมพันธ์กัน โดยเหตุการณ์หรือข้อเท็จจริงนั้นจะต้องเป็นสิ่งที่น่าสนใจต่อผู้อ่านหรือผู้รับข่าวสารมากที่สุด จึงนำมาซึ่งการรายงานข่าวได้

สำหรับเหตุการณ์หรือข้อเท็จจริงใดเป็นสิ่งที่น่าสนใจสำหรับผู้อ่านหรือผู้รับสารนั้น สุภา ศิริมานนท์ อดีตนักหนังสือพิมพ์อาวุโส ได้สรุปความน่าสนใจของข่าวมี 9 ประเภท คือ
1. การต่อสู้ (Struggle)
2. ชีวิตซึ่งราวกับนิยาย (Romance)
3. ความลึกลับ (Mystery)
4. การผจญภัย (Adventure)
5. ความผิดปกติ (Unusualness)
6. ความเป็นมนุษย์ (Human being)
7. เรื่องเกี่ยวกับสัตว์ (Animals)
8. เรื่องเกี่ยวกับเด็ก (Children)
9. ความบันเทิง / งานอดิเรก (Amusement and Hobbies)

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากมายในแต่ละวัน และแต่ละเหตุการณ์มีความน่าสนใจที่แตกต่างกัน การที่สื่อมวลชนจะนำมาเสนอเป็นข่าวทุกข่าวนั้นไม่สามารถทำได้ เนื่องจากจำนวนพื้นบนหน้าหนังสือพิมพ์ที่มีจำกัด

และสื่อมวลชนประเภทอื่น อย่าง วิทยุ หนังสือพิมพ์ ก็มีเวลาจำกัดเช่นกัน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการคัดเลือกข่าวจากเหตุการณ์หรือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยคำนึงถึงองค์ประกอบของข่าวว่ามีเหตุการณ์หรือข้อเท็จจริงใดมีคุณค่าทางข่าวสูง จะได้พิจารณานำมารายงานเป็นข่าวต่อไป

คุณค่าของข่าวขึ้นอยู่กับองค์ประกอบที่สำคัญดังนี้

1. ความสดต่อสมัย (Timeliness)
นับว่าเป็นหัวใจสำคัญของการนำเสนอข่าว เพราะผู้อ่านมักให้ความสนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ หรือเรื่องราวที่ทันสมัย ดังคำกล่าวที่ว่า “ข่าวต้องสดเหมือนปลา”

2. ความใกล้ชิด (Proximity/nearness)
หมายถึงความสัมพันธ์ใกล้ชิดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ

3. ความเด่น (Prominence)
หมายถึงบุคคลสำคัญที่เป็นที่รู้จักกันดี ซึ่งอาจรวมถึงสถานที่สำคัญ วัตถุอันล้ำค่า ฯลฯ

4. ความแปลกประหลาด (Oddity / Unusualness)
เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างผิดปกติหรือผิดวิสัยในสังคม เหตุการณ์นั้นย่อมก่อให้เกิดความสนใจและมีคุณค่าทางข่าวสูง หนังสือพิมพ์ให้ความสำคัญแก่องค์ประกอบนี้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวยในการเสนอข่าว เพราะถูกปิดกั้นเสรีภาพของหนังสือพิมพ์จึงมักใช้ความแปลกประหลาดมาเสนอเป็นข่าว เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศที่ตึงเครียดให้ผ่อนคลายลงได้ชั่วระยะหนึ่ง

5. ผลกระทบกระเทือน (Consequence)
ข่าวที่มีผลกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนมากมักได้รับการพิจารณาที่จะเสนอเป็นข่าวมากกว่า ข่าวที่ว่านี้อาจเป็นผลกระทบกระเทือนทาง เศรษฐกิจ สังคม ฯลฯ

6. ความขัดแย้ง (Conflict)
ความขัดแย้งย่อมเป็นที่สนใจของคนทั่วไป อาจเป็นความขัดแย้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม

7. ความมีเงื่อนงำ (Suspense/Mystery)
บางครั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจมีเบื้องหลังลึกลับซับซ้อน หนังสือพิมพ์จึงมักให้ความสนใจขุดคุ้ยและนำมาตีแผ่เสนอเป็นข่าวติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน เพราะผู้อ่านให้ความสนใจ

8. ปุถุชนสนใจ (Human Interest)
ข่าวที่ก่อให้เกิดความรู้สึกสะเทือนอารมณ์ส่วนใหญ่มักเป็นข่าวอาชญากรรมที่ผู้อ่านสนใจอยากรู้สาเหตุที่แท้จริงเนื่องมาจากอะไร

9. เพศ (Sex)
ธรรมชาติของมนุษย์มักให้ความสนใจเกี่ยวกับเพศ ทั้งเพศเดียวกันและต่างเพศ หรือความผิดปกติทางเพศ

10. ความขบขัน (Amusement)
ข่าวขบขันอาจจะเกิดจากการกระทำของตลกเองหรือ จากเหตุการณ์อื่นๆที่ผู้อ่านเห็นแล้วเกิดอารมณ์ผ่อนคลาย

11. ความเปลี่ยนแปลง (Change)
สังคมมนุษย์ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ อาจเป็นความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีหรือไม่ดีก็ได้ และมีผลกระทบต่อประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม

12. ความก้าวหน้า (Progress)
เกิดขึ้นจากการค้นคว้าทดลองทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

นอกจากองค์ประกอบต่างๆที่กล่าวมาแล้วยังมีความแตกต่างของการนำเสนอข่าวของหนังสือพิมพ์แต่ละฉบับที่ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่อไปนี้

1. นโยบายของหนังสือพิมพ์ หนังสือพิมพ์แต่ละฉบับจะมีแนวนโยบายที่แตกต่างกันหนังสือพิมพ์บางฉบับอาจมีนโยบายหรือจุดยืนที่จะเป็นแนวร่วมกับกลุ่มการเมืองหรือกลุ่มพลังบางกลุ่ม บางฉบับมีจุดยืนหรือนโยบายที่อาจจะเปลี่ยนไปตามลักษณะของปัญหาสาธารณะโดยเลือกที่จะสนับสนุนคู่กรณีแต่ละฝ่ายในการแก้ไขปัญหาสาธารณะนั้นๆ ในขณะที่บางฉบับอาจจะวางเฉย ไม่เป็นแนวร่วมกับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเลย

2. ประเภทของหนังสือพิมพ์ อาจแบ่งหนังสือพิมพ์ออกได้เป็นสองประเภทโดยใช้เนื้อหาเป็นเครื่องวัด ได้แก่ หนังสือพิมพ์ประเภทเน้นคุณภาพ ได้แก่ หนังสือพิมพ์ที่เสนอข่าวประเภทที่ผู้อ่านได้รับความพอใจจากการอ่านช้า หรือเน้นหนักไปในไปในทางให้ความรู้และประสบการณ์แก่ผู้อ่าน เช่น การเมือง เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี เป็นต้น หนังสือพิมพ์ประเภทประชานิยม ได้แก่ หนังสือพิมพ์ที่เสนอข่าวที่ผู้อ่านได้รับความพอใจจาการอ่านอย่างรวดเร็ว ได้แก่ ข่าวประเภทอาชญากรรม ข่าวบันเทิง ข่าวกีฬา เป็นต้น

ตัวอย่างเช่น หนังสือพิมพ์มติชน สยามรัฐ และไทยโพสต์ ใช้เนื้อที่ส่วนใหญ่เสนอข่าวการเมืองหรือข่าวราชการ ส่วนหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เดลินิวส์ ข่าวสด เน้นข่าวชาวบ้าน ข่าวการเมือง ส่วนข่าวต่างประเทศก็มีแต่น้อย ทั้งนี้ ยกเว้นข่าวสำคัญบางข่าวเท่านั้น หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ประชาชาติธุรกิจ เน้นข่าวสารด้านธุรกิจ การเงิน การคลัง เป็นต้น

3. เนื้อที่ของหนังสือพิมพ์ ความจำกัดในเรื่องเนื้อที่ของหนังสือพิมพ์อาจส่งผลให้ข่าวบางข่าวถูกตัดออกไป ไม่ได้รับการคัดเลือกให้มาตีพิมพ์ เพราะข่าวอื่นมีคุณค่าข่าวที่สูงกว่า ทำให้ต้องเลือกข่าวที่มีคุณค่าข่าวสูงกว่าและลดหลั่นกันไปในการนำไปตีพิมพ์

4. ทัศนคติของเจ้าของและกองบรรณาธิการ เนื่องจากเจ้าของหนังสือพิมพ์และกองบรรณาธิการที่มีทัศนคติดีต่อเหตุการณ์หรือข้อเท็จจริงต่อข่าวใด ข่าวนั้นอาจได้รับการสนับสนุนให้เป็นข่าวเด่น โดยการวางตำแหน่งข่าว การพาดหัวข่าวใหญ่เพื่อเพิ่มสีสัน

5. กฎหมายที่เกี่ยวกับหนังสือพิมพ์ ในประเทศเสรีประชาธิปไตยนั้น มักจะใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือควบคุมการปฏิบัติหน้าที่ของหนังสือพิมพ์ ให้อยู่ในขอบเขต มิให้ไปละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่น รวมทั้งปกป้องมิให้ผลประโยชน์ของประเทศชาติต้องกระทบกระเทือนจากการกระทำหน้าที่ของหนังสือพิมพ์ด้วย

แต่กฏหมายบางประเทศก็ได้ให้อำนาจเจ้าหน้าที่สั่งปิดหนังสือพิมพ์ได้ ดังนั้น หนังสือพิมพ์จึงพยายามหลีกเลี่ยงการละเมิดต่อกฎหมายโดยเลี่ยงถ้อยคำที่หมิ่นเหม่ต่อการถูกฟ้อง ไปใช้ถ้อยคำอื่นที่มีความหมายไม่รุนแรงนักแต่เนื้อหาของข่าวยังครบถ้วนสมบูรณ์ หรือบางฉบับไม่กล้าเสี่ยงจึงอาจพิจารณาไม่เสนอข่าวนั้นเลยก็มี กฎหมายที่เกี่ยวกับหนังสือพิมพ์ เช่น พรบ. การพิมพ์ 2484

6. โฆษณา นับว่าเป็นรายได้หลักของธุรกิจหนังสือพิมพ์ เป็นรายได้มาจากการขายเนื้อที่โฆษณา ดังนั้นการคัดเลือกข่าวจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงเนื้อที่โฆษณา ซึ่งอาจจะลดเนื้อที่ของข่าวลง ทำให้ข่าวบางข่าวไม่ได้รับการคัดเลือกมาตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์

7. ระดับความสนใจของผู้อ่าน นอกจากรายได้จากการขายเนื้อที่โฆษณาแล้ว การซื้อของผู้อ่านก็มีผลกับการกำหนดเนื้อหาและข่าวหนังสือพิมพ์ ซึ่งสอดคล้องกับรสนิยมหรือระดับการอ่านที่แตกต่างไปตามสภาพแวดล้อม การศึกษา สังคม เศรษฐกิจ ดังนั้น การคัดเลือกข่าว

และการจัดลำดับความสำคัญจึงต้องคำนึงถึงระดับความสนใจของผู้อ่านด้วย เพราะผู้อ่านเป็นผู้สนับสนุนหนังสือพิมพ์ด้วยการซื้อยิ่งจำนวนเพิ่มมากขึ้นเท่าใดรายได้ก็เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น

8. เวลา หากมีเหตุการณ์ใดที่เกิดขึ้นกะทันหันและเป็นสิ่งที่ได้รับความสนใจจากผู้อ่านก็จะมีการตัดข่าวอื่นทิ้งเพื่อนำเนื้อที่มาเสนอข่าวดังกล่าวแทน เพื่อทันต่อเหตุการณ์

9. ระบบการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจและสังคม เป็นปัจจัยที่ทำให้การคัดเลือกข่าวและการจัดลับความสำคัญของข่าวแตกต่างกัน จะเห็นได้ว่าการเสนอข่าวของหนังสือพิมพ์ในประเทศที่มีการปกครอง การเมือง

เศรษฐกิจและสังคมแบบเสรีประชาธิปไตยย่อมมีอิสระและเน้นความเป็นจริงมากกว่าประเทศสังคมนิยมที่ไม่มีอิสระเพียงพอในการเสนอข่าวและมักเน้นการโฆษณาชวนเชื่อมากกว่าความเป็นจริง

10. การตรวจต้นฉบับล่วงหน้า ย่อมมีผลกระทบต่อการคัดเลือกข่าวและการจัดลำดับความสำคัญของข่าวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าการตรวจต้นฉบับล่วงหน้าจะกระทำได้หลายรูปแบบซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของการปกครองและสภาพสังคมในขณะนั้น เช่นภาวะที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง

ซึ่งจะเป็นลักษณะของการเอื้ออำนวยต่อสถานการณ์ของการปกครองและสภาพสังคมในขณะนั้นเท่านั้น จะไม่คำนึงถึงความต้องการหรือความสนใจของผู้อ่านหรือประชาชนแต่อย่างใด